วันอังคารที่ 3 เมษายน พ.ศ. 2561

การทำประชาสัมพันธ์

การทำประชาสัมพันธ์ด้วยตนเอง
โดย..ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.สุทธิชัย ปัญญโรจน์
อาจารย์ประจำบัณฑิตวิทยาลัย ม.พิษณุโลก นักพูดและนักเขียน
            ครั้งหนึ่งในชีวิตกระผมได้มีโอกาสเป็นหัวหน้างานประชาสัมพันธ์ให้แก่มหาวิทยาลัยนเรศวร พะเยา เมื่อครั้งยังเป็นวิทยาเขตของมหาวิทยาลัยนเรศวร แต่ปัจจุบันได้มีการเปลี่ยนชื่อเป็นมหาวิทยาลัยพะเยาในปัจจุบัน ซึ่งต้องยอมรับว่ากระผมไม่ได้เรียนจบปริญญาตรี ปริญญาโท และปริญญาเอกทางด้านประชาสัมพันธ์ ทางด้านสื่อสารมวลชน เลย
            แต่กระผมต้องมานั่งอ่านหนังสือและเรียนรู้งานประชาสัมพันธ์ด้วยตนเอง ในบทความฉบับนี้จึงขอเขียนบทความเพื่อแลกเปลี่ยนความรู้กับท่านผู้อ่านทั้งหลาย
            เราคงต้องยอมรับกันว่าโลกเราสมัยปัจจุบันนี้เป็นยุคข้อมูลข่าวสารและยุคของสื่อสารมวลชน เราสามารถติดต่อสื่อสารกันได้สะดวกขึ้นกับคนทั่วทั้งโลก ด้วยระบบอินเตอร์เน็ต ระบบดาวเทียม ระบบเครือข่าย
            ดังนั้นงานประชาสัมพันธ์ จึงเป็นสิ่งที่มีความสำคัญสำหรับองค์การต่างๆ หน่วยงานต่างๆ เพราะการประชาสัมพันธ์ช่วยสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับหน่วยงาน ซึ่งเป็นการสร้างภาพลักษณ์ในเชิงบวกในขณะเดียวกันถ้าเกิดข่าวในเชิงลบ งานประชาสัมพันธ์ก็จะช่วยลดทอนความเสียหายให้ลดน้อยลง
            การประชาสัมพันธ์ทำให้คนรู้จักบริษัทและสินค้าของบริษัทหรือขององค์การมากขึ้น การประชาสัมพันธ์ช่วยทำให้สินค้าขายดีขึ้น  และ  งานประชาสัมพันธ์ช่วยทำให้เราติดต่อประสานงานกับลูกค้า รวมทั้งผู้ที่มีความเกี่ยวข้องกับองค์กรได้ดียิ่งขึ้น
            ถ้าจะพูดถึงเรื่องของการตลาด งานประชาสัมพันธ์ก็คงเป็นส่วนหนึ่งของส่วนประสมทางการตลาดคือ 4P Product(สินค้า) Price(ราคา) Place(สถานที่)และ Promotion (การส่งเสริมการตลาด) ซึ่งงานประชาสัมพันธ์จะอยู่ในงานของ Promotion (การส่งเสริมการตลาด) นั่นเอง
            อะไรคือข่าว  ข่าวคืออะไร  ข่าวคือสิ่งที่องค์กรหรือหน่วยงานต้องการให้ผู้คนได้รับรู้ โดยเฉพาะกลุ่มลูกค้าหรือกลุ่มผู้บริโภค  เช่นถ้าคุณทำงานประชาสัมพันธ์อยู่ในองค์การของคุณ ข่าวของคุณคือ สินค้าใหม่  ความก้าวหน้าของบริษัท  การทำประโยชน์เพื่อสังคม  ผลการดำเนินงาน รวมไปถึงกิจกรรมต่างๆที่เป็นที่น่าสนใจ
          ซึ่งหลักการเขียนข่าวง่ายๆมีดังนี้ จงตอบคำถาม 6W คือ ใคร(Who)  ทำไม(Why) อะไร(What) เมื่อไร(When) ที่ไหน(Where) และอย่างไร(How)
            คุณเขียนข่าวถึง ใคร ?(Who
คุณเขียนข่าวเรื่องนี้ทำไม?(Why)
คุณเขียนข่าวถึงเหตุการณ์อะไร?(What)
เหตุการณ์ของข่าวนี้เกิดขึ้น เมื่อไร?(When)
เหตุการณ์นี้เกิดขึ้น ที่ไหน?(Where)
เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นอย่างไร?(How)
การใช้ภาพประกอบข่าวก็มีความสำคัญ มีคนกล่าวว่าภาพเพียงแค่หนึ่งภาพมีค่าเท่ากับคำพูดถึง 1,000 คำ นักประชาสัมพันธ์จึงควรมีทักษะ และเรียนรู้เกี่ยวกับการถ่ายภาพเพื่อใช้ประกอบข่าว ควรฝึกถ่ายภาพให้มากๆ เพราะปัจจุบันเราใช้กล้องดิจิตอล  ซึ่งไม่ต้องกังวลเรื่องของค่าใช้จ่ายในการสิ้นเปลืองฟิมส์เหมือนในอดีต
            ทำอย่างไรให้ข่าวส่งถึงกลุ่มเป้าหมายหรือกลุ่มคนส่วนใหญ่  เราต้องรู้จักใช้สื่อครับ  ซึ่งปัจจุบันมีสื่อมากกว่าในอดีต และสื่อสมัยใหม่ก็มีราคาถูกกว่า และมีความหลากหลายกว่าสื่อสมัยเก่า ซึ่งสื่อสมัยใหม่คือ สื่อต่างๆที่ใช้ผ่านอินเตอร์เน็ต โดยมีเครื่องมือที่สำคัญได้แก่ โทรศัพท์มือถือ คอมพิวเตอร์ แท็บแล็ป  เป็นต้น
            สำหรับสื่อสมัยเก่าหรือสื่อที่ยังคงใช้กันมาอย่างยาวนาน ก็เป็นสื่อที่ต้องใช้อยู่ อันได้แก่ วิทยุ หนังสือพิมพ์ โทรทัศน์ วารสาร นิตยสาร ฯลฯ
            ดังนั้นนักประชาสัมพันธ์จึงควรต้องมีการผสมสื่อต่างๆ เพื่อให้งานประชาสัมพันธ์มีประสิทธิภาพมากที่สุด
            เราจะได้ข่าวมาอย่างไร  เราสามารถได้ข่าวมาจากหลายแหล่งด้วยกัน เช่น การสัมภาษณ์ผู้บริหาร การสัมภาษณ์ลูกค้า การสัมภาษณ์พนักงาน การไปดูสถานที่ผลิต  ที่จำหน่ายจริงๆ  หลังจากได้ข่าวมานักประชาสัมพันธ์จะต้อง เขียนข่าวแจก  เขียนบทความ  เขียนจดหมายข่าว และทำการเผยแพร่ บางกรณีอาจจะพานักข่าวไปพบแหล่งข่าวด้วย เช่นพานักข่าวไปเข้าพบผู้บริหาร พานักข่าวเข้าเยี่ยมชมโรงงาน
            ฉะนั้น คนทำงานด้านประชาสัมพันธ์จึงต้องมีมนุษยสัมพันธ์โดยเฉพาะต้องสร้างความสัมพันธ์อันดีนักข่าว กับแหล่งข่าว

            ทำงานอะไรก็ต้องมีการจัดการที่ดี งานประชาสัมพันธ์ก็เช่นกัน ควรมีการจัดการที่ดี กล่าวคือ ต้องมีการวางแผนงาน  ต้องมีการจัดคนให้ถูกต้องกับงาน ต้องมีการสั่งการ และต้องมีการประเมินผลงานที่ได้ทำ จึงจะทำให้งานประชาสัมพันธ์มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

วันอาทิตย์ที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2561

เป้าหมายกับความฝัน และนักขาย

นักขายต้องมีเป้าหมายและมีความฝัน
โดย..ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.สุทธิชัย ปัญญโรจน์
อาจารย์ประจำบัณฑิตวิทยาลัย ม.พิษณุโลก  นักพูดและนักเขียน
            ถ้าเรามีโอกาสไปศึกษาหรืออ่านประวัตินักขายที่สำคัญๆ ในระดับประเทศหรือในระดับโลก เราจะพบว่า นักขายเหล่านั้นมีคุณสมบัติหลายอย่าง แต่นักขายที่ประสบความสำเร็จทุกๆคนมีเหมือนกันก็คือ เรื่องของการตั้งเป้าหมายหรือทุกคนมีความฝัน
            ความฝันหรือเป้าหมายคือพลัง   ถ้านักขายคนหนึ่งขาดซึ่งเป้าหมายหรือความฝัน พวกเขาเหล่านั้นจะไม่มีพลังและจะไม่มีความหวัง
            ดังนั้น ถ้าใครต้องการประสบสำเร็จในชีวิตการขาย ก็จะต้องมีเป้าหมายและความฝัน
            การเดินเรือจะต้องมีเข็มทิศ  การดำเนินชีวิตจะต้องมีเป้าหมายหรือความฝัน
            ท่านจะต้องเป้าหมายในการขายเป็นรายปี  รายเดือน รายสัปดาห์หรือรายวัน
            ท่านจะต้องมีความฝันว่าท่านจะซื้อบ้านใหม่ รถใหม่ มีความฝันว่าจะพาคุณพ่อคุณแม่หรือครอบครัวท่องเที่ยว หรือฝันถึงความสะดวกสบาย หรือแม้กระทั่งฝันว่าตนเองจะต้องมีอิสรภาพทางการเงิน
การสร้างความฝันที่ดีควรทำให้เห็นภาพ  ดังนั้นจงเขียนเป้าหมายเป็นตัวเลขไว้ในสมุดวางแผนงาน จงตัดภาพรถใหม่ บ้านใหม่ ภาพสถานที่ท่องเที่ยวที่ตนเองอยากไปลงในสมุดวางแผนงานแล้วดูมันบ่อยๆ ทบทวนมันบ่อยๆ
ที่สำคัญ ถ้าคุณมีความฝัน มีเป้าหมายจงสนุกกับมัน  อย่าขายไปด้วยความเครียด เพราะถ้าท่านทำงานขายด้วยความเครียด คุณจะรู้สึกกดดันตนเอง   คุณจงไปพบลูกค้า หรือพบผู้มุ่งหวัง  จงทำหน้าที่ของตนเองให้ดีที่สุด จงออกไปเลย  ไปคุยลูกค้าเลย   ได้หรือไม่ได้ ไม่ใช่ปัญหาสำคัญ  คุณอย่าไปสนใจ หน้าที่คุณคือ ไปขาย ไปสร้างเครือข่าย(สำหรับงานขาย MLM) ได้หรือไม่ได้ ไม่เป็นไร   คุณไปให้ประโยชน์แก่ลูกค้า  คุณไปสร้างเครือข่ายไว้ก่อน สร้างไว้ สร้างไว้ แล้วเมื่อถึงเวลาที่มันสุกงอมมันมาเองมันได้เอง ทำไมคุณไม่คิดแบบนี้
            สุดท้ายนี้ขอฝากบทกลอนของคุณเนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ไว้เพื่อเป็นกำลังใจให้แก่ทุกคน
มีเม็ดทรายนับไม่ถ้วนจำนวนทราย             คนทั้งหลายนับไม่ถ้วนในคุณค่า
เม็ดทรายแกร่งก็เพราะผ่านกาลเวลา          คนจะกล้าก็เพราะผ่านการอดทน
ถ้ามือเราแบวางอยู่อย่างนี้             โลกจะหยุดอยู่กับที่ทุกแห่งหน

แต่ถ้ามือกำหมัดในบัดดล             โลกจะหมุนเริ่มต้นตามมือเรา