วันเสาร์ที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2555

ข้อแนะนำสำหรับวิทยากรมือใหม่

ข้อแนะนำสำหรับวิทยากรมือใหม่
โดย...ดร.สุทธิชัย ปัญญโรจน์
                ในอดีตกระผมเคยเป็นวิทยากรมือใหม่ ซึ่งบางครั้งเคยทำผิดพลาดมาบ้างในงานการฝึกอบรม ในบทความตอนนี้ จึงอยากที่จะมาบอกเล่าและแลกเปลี่ยนประสบการณ์กับท่านผู้อ่าน ข้อแนะนำสำหรับวิทยากรมือใหม่ มีดังนี้
                1.ท่านควรไปทำความรู้จักกับผู้บริหารหรือผู้ที่ดูแลงานด้านฝ่ายฝึกอบรมก่อน เพื่อรับทราบข้อมูลว่า ทางหน่วยงานมีปัญหาอะไร ถึงได้ต้องการจัดอบรมในเรื่องดังกล่าว การทำความรู้จักจะสร้างความคุ้นเคย หรือหากท่านไม่มีเวลามากพอ ท่านก็อาจจะต้องโทรศัพท์ไปซักถามความต้องการของผู้จัด  หรือ หากให้เป็นทางการหน่อย ท่านก็ควรมีแบบฟอร์ม  TRAINING NEEDS ANALYSIS ให้ทางผู้จัดได้กรอกข้อความที่ต้องการฝึกอบรม ว่าทางหน่วยงานมีปัญหาอะไร ความต้องการเป็นอย่างไร
                2.ท่านควรเดินทางไปก่อนเวลาในการอบรม การเดินทางไปก่อนเวลาในการอบรม จะทำให้ผู้จัดมีความสบายใจ อีกทั้งตัววิทยากรเอง ก็สามารถที่จะเตรียมความพร้อมได้ดียิ่งขึ้น ก่อนเวลาฝึกอบรมควรไปตรวจสอบดู เรื่องของการทำงานของเครื่องฉาย เครื่องคอมพิวเตอร์ ไมโครโฟน เอกสารประกอบการบรรยาย ฯลฯ การไปถึงก่อนเวลายังจะทำให้ท่านสร้างความคุ้นเคยกับผู้เข้ารับการอบรมอีกด้วย
                3.ท่านต้องมีความรู้มากกว่าผู้เข้ารับการอบรม การมีความรู้ในเรื่องที่จะบรรยายมากกว่าผู้เข้ารับการอบรมจะทำให้ท่านเกิดความเชื่อมั่น เกิดความมั่นใจในตัวเองในการบรรยายมากขึ้น หากท่านมีความรู้ที่น้อยกว่า เมื่อผู้เข้ารับการอบรมสักถาม ท่านตอบไม่ได้ ก็จะทำให้ผู้เข้ารับการอบรมขาดความศรัทธา และตัววิทยากรเองก็จะขาดความมั่นใจไปด้วย หากเรื่องที่เราจะไปบรรยายเรายังมีความรู้ไม่มากพอ ท่านก็ควรทำการบ้านโดยการ อ่านหนังสือ ฟังเทป ศึกษาเพิ่มเติมในเรื่องดังกล่าวเพิ่มให้มากขึ้น
                4.ท่านต้องรู้จักแก้ปัญหาเฉพาะหน้าได้เป็นอย่างดี ในการฝึกอบรมแต่ละแห่งมีปัจจัยแวดล้อมไม่เหมือนกัน เช่น จำนวนคนเข้าอบรม  ขนาดของห้อง  บรรยากาศของห้อง  วัย อายุของผู้เข้าอบรม  อุปกรณ์ที่ช่วยในการบรรยาย ฯลฯ ดังนั้น ผู้ที่จะเป็นวิทยากรมืออาชีพได้จะต้องรู้จักแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าได้เป็นอย่างดี ตัวอย่าง หากว่าวิทยากรได้เตรียมทำการบ้านเป็นอย่างดีว่า เริ่มต้นการฝึกอบรมเราจะให้มีการทำกิจกรรมแต่การทำกิจกรรมนั้นต้องใช้พื้นที่มากเพื่อที่จะให้ผู้เข้ารับการอบรมได้ใช้พื้นที่ในการเดิน ในการพูดคุย ในการทำความรู้จักกัน แต่พอไปถึงห้องฝึกอบรม ปรากฏว่า ห้องกับคับแคบ จนไม่สามารถมีพื้นที่ในการทำกิจกรรมที่เตรียมไปได้ ฉะนั้น ผู้ที่เป็นวิทยากรมืออาชีพต้องแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าได้ว่า เราควรจะทำอย่างไร
                5.ท่านควรวางแผนงานให้มีระบบมากขึ้น เช่น เวลาติดตามงานกับลูกค้า หน่วยงาน องค์กรที่จัดการฝึกอบรม ท่านควรมีแบบฟอร์มต่างๆ (ใบเสนอราคา , ใบตอบรับ , เอกสารแนะนำประวัติวิทยากร , ใบ  TRAINING NEEDS ANALYSIS เป็นต้น)  อีกทั้งเวลาติดต่อรับงาน ควรติดต่อผ่านเป็นรายลักษณ์อักษรจะผิดพลาดน้อยกว่าการติดต่อผ่านการพูดคุยทางโทรศัพท์ ซึ่งตัวกระผมเองก็เคยทำผิดพลาดมาแล้ว การรับงานวิทยากรครั้งหนึ่งในอดีต เนื่องจากเห็นว่าผู้ติดต่อเป็นผู้ใหญ่ที่รู้จักและคุ้นเคยกันเป็นอย่างดี จึงได้รับปากว่าจะไปเป็นวิทยากรให้ แต่ปรากฏว่า มีความเข้าใจผิดที่คลาดเคลื่อนในเรื่องของวัน เวลา กระผมเองไปถึงงาน จึงสงสัยว่าทำไมจึงเงียบไม่มีคนเข้ารับอบรมหรืออย่างไร ปรากฏว่า  เขามีการจัดงานไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว หลังจากเหตุการณ์ในครั้งนั้นทำให้เกิดประสบการณ์ เมื่อมีการเชิญไปเป็นวิทยากรครั้งใด กระผมต้องขอจดหมายเชิญ และตัวกำหนดการทุกครั้ง เพื่อป้องกันการผิดพลาดที่จะเกิดขึ้นได้ในการทำงาน
                ทั้งนี้ข้อแนะนำทั้ง 5 ข้อข้างต้นเป็นข้อแนะนำสำหรับวิทยากรมือใหม่ และยังมีอีกหลายปัจจัยที่วิทยากรมือใหม่ควรทำ เช่น การพัฒนาตนเองอยู่เสมอตลอดเวลา , มีการบรรยายที่ครบเครื่องมากขึ้น (มีอารมณ์ขันในการพูด,มีเนื้อหาสาระที่ใหม่ๆ ,มีการร้องเพลงประกอบการบรรยาย,มีกิจกรรมให้ทำร่วมกัน,มีคำคม คำกลอนประกอบการบรรยาย) อีกทั้งวิทยากรมือใหม่ควรรู้จักหาช่องทางการตลาด เพราะหากไม่มีลูกค้า ก็ไม่ถูกรับเชิญ เมื่อไม่ถูกรับเชิญก็ไม่มีโอกาสไปเป็นวิทยากร

การสร้างอารมณ์ขันในการพูด

การสร้างอารมณ์ขันในการพูด
โดย...ดร.สุทธิชัย ปัญญโรจน์
                การสร้างอารมณ์ขันในการพูดมีความสำคัญและมีความจำเป็น เป็นอันมากต่อการพูดต่อหน้าที่ชุมชน อารมณ์ขันนั้นมีประโยชน์หลายอย่าง เช่น
                1.ช่วยให้บรรยากาศในการพูดเป็นกันเอง
                2.ช่วยทำเรื่องยากให้กลายเป็นเรื่องง่าย และเรื่องง่ายให้เป็นเรื่องสนุก
                3.ช่วยในการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าได้เป็นอย่างดี
                4.ช่วยสร้างสีสัน สร้างเสน่ห์ในการพูด
                ซึ่งการสร้างอารมณ์ขันเราสามารถสร้างได้หลายวิธี ดังนี้
                1.อ่านหนังสือประเภทขำขัน เช่น หนังสือการ์ตูน  หนังสือตลก หนังสือนิทาน
                2. สังเกต จดจำ นำเอาคำพูด อารมณ์ขันของผู้อื่นมาดัดแปลง ปรับปรุง เพื่อใช้ในการพูด
                3.ควรใช้ภาษา ท่าทาง น้ำเสียง อารมณ์ให้มีความสอดคล้องกับเรื่องที่พูด
                4.หาเวทีในการพูดให้มากๆ เพื่อฝึกการพูดในการสร้างอารมณ์ขัน
                สำหรับข้อควรระวังในการพูดอารมณ์ขัน คือ
                1.ไม่บอกผู้ฟังว่าวันนี้จะมาพูดเรื่องตลกหรือเรื่องขำขัน
                2.ผู้พูดไม่ควรหัวเราะเสียเองในเวลาที่พูดเรื่องราวขำขัน
                3.ไม่ควรนำเอาเรื่องของ ศาสนา วัฒนธรรม ประเพณี ขนมธรรมเนียม หรือสิ่งที่ผู้คนเคารพมาพูดล้อเลียน
                4.ไม่ควรพูดจา สองแง่สองง่าม ตลกใต้สะดือ มากจนเกินไป
                ดังนั้น การสร้างอารมณ์ขันในการพูดจึงเป็นศิลปะอย่างหนึ่งของนักพูด ซึ่งนักพูดแต่ละท่านอาจอ่านตำราการสร้างอารมณ์ขันเล่มเดียวกัน แต่การนำไปใช้ได้ไม่เท่ากัน เพราะทั้งนี้คงขึ้นอยู่กับการนำเอาทฤษฏีไปปรับใช้ให้เข้ากับ ลีลา ท่าทาง น้ำเสียง กริยา ภาษา บุคลิกและจังหวะในการพูดของแต่ละบุคคล

วันจันทร์ที่ 16 กรกฎาคม พ.ศ. 2555

สู่วิทยากรมืออาชีพ

สู่วิทยากรมืออาชีพ
โดย...ดร.สุทธิชัย ปัญญโรจน์
                อาชีพวิทยากรเป็นอาชีพหนึ่งที่น่าสนใจและเป็นอาชีพที่มีความเป็นอิสระ อาชีพวิทยากรมีข้อดีหลายอย่างเช่น มีรายได้ที่ไม่ต้องมีจำนวนจำกัดทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความสามารถของแต่ละบุคคล , มีการบริหารเวลาด้วยตนเองกล่าวคือไม่ต้องมีเวลาทำงานอย่างเป็นระบบ เป็นเวลา เหมือนงานประจำ , เป็นอาชีพที่มีเกียรติผู้คนให้การยกย่อง , เป็นอาชีพที่ทำให้เกิดการพัฒนาเรียนรู้ฝึกฝนตนเองอยู่เสมอ ฯลฯ
                หลายท่านอาจมีคำถามว่า แล้วจะทำอย่างไรถึงจะก้าวไปสู่การเป็นวิทยากรมืออาชีพ กระผมขอให้คำแนะนำว่า การจะเป็นวิทยากรมืออาชีพได้นั้น จะต้องมีองค์ประกอบดังนี้
                1.เริ่มต้นด้วยความรัก คนเราจะประสบความสำเร็จในอาชีพใด อาชีพหนึ่ง ท่านต้องมีความรัก ความชอบ สำหรับงานอาชีพนั้นๆ ตัวอย่าง ไทเกอร์ วูดส์ ชอบในกีฬากอล์ฟจึงฝึกฝน เรียนรู้ อยู่สม่ำเสมอ จนในที่สุด เขาประสบความสำเร็จเป็นนักกอล์ฟระดับโลก , สตีฟ จอบส์ ชอบคอมพิวเตอร์ รักคอมพิวเตอร์ จนในที่สุดเขาประสบความสำเร็จระดับโลกในวงการคอมพิวเตอร์รู้จักเขาเป็นอย่างดี , สุนทรภู่ ชอบเรื่องของกวี ท่านฝึกฝนเรียนรู้จนได้รับการยกย่องไปทั่วโลก เป็นต้น
                ดังนั้น หากท่านต้องการเป็นวิทยากรมืออาชีพ ท่านต้องเริ่มต้นจากความรักในอาชีพนี้เป็นอันดับแรก
                2.สะสมชั่วโมงบิน หมายถึง การหาเวทีให้ตนเองได้แสดงบ่อยๆ เท่าที่จะหาได้ ยิ่งท่านมีชั่วโมงบินมาก มีเวทีในการแสดงมาก ท่านก็จะมีการพัฒนาตนเองได้มากกว่า วิทยากรที่มีชั่วโมงบินน้อยหรือมีเวทีแสดงน้อย การผ่านเวทีแสดงมากๆ จะทำให้ท่านเกิดประสบการณ์ เกิดความเชี่ยวชาญ
                3.พัฒนาตนเองอย่างหยุดยั้ง อาชีพวิทยากรเป็นอาชีพที่ต้องมีการเคลื่อนไหวตลอดเวลา ท่านจะต้องหมั่นหาความรู้ใหม่ๆ ไม่หยุดนิ่ง ท่านต้องเป็นนักอ่าน นักศึกษา นักฟัง หมั่นเข้ารับการฝึกอบรมหลักสูตรต่างๆ และต้องรู้จักค้นหาวิธีการหรือแบบฉบับของตนเองในการบรรยาย
                4.ฝึกหัดความสามารถหลายๆทาง วิทยากรมืออาชีพมักมีความสามารถหลายๆทาง เช่น ต้องพูดต่อหน้าที่ชุมชนเป็น , ต้องร้องเพลงเป็น , ต้องหมั่นท่องคำกลอน คำคม แง่คิดต่างๆเพื่อใช้ในการฝึกอบรม , ต้องนำเกมส์หรือกิจกรรมต่างๆเป็น และต้องรู้จักแก้สถานการณ์เฉพาะหน้าหรือมีไหวพริบดีในการแก้ปัญหาที่จะเกิดขึ้นในการฝึกอบรม
                5.ฝึกฝนอย่างต่อเนื่องอย่าหยุด อาชีพวิทยากรเป็นอาชีพที่ต้องอาศัยประสบการณ์ ยิ่งใครมีประสบการณ์มากยิ่งมีโอกาสประสบความสำเร็จได้มากกว่าคนที่มีประสบการณ์น้อยกว่า ดังนั้น หากต้องการเป็นวิทยากรมืออาชีพท่านต้องไม่หยุดที่จะฝึกฝนตนเอง อีกทั้งต้องทำอย่างต่อเนื่อง
                 สำหรับการเริ่มต้นในอาชีพวิทยากร หลายท่านอาจจะตั้งคำถามว่า แล้วเราจะเริ่มต้นอย่างไร สำหรับการเริ่มต้นอาชีพวิทยากรของแต่ละท่าน อาจไม่เหมือนกัน บางท่าน อาจเริ่มต้นจากการเป็นผู้ช่วยวิทยากรเพื่อเรียนรู้และฝึกฝนตนเอง บางท่าน อาจมีงานประจำแต่งานประจำไปเกี่ยวข้องกับการเป็นวิทยากรจึงมีโอกาสถูกเชิญให้ไปบรรยายในสถานที่ต่างๆ  บางท่านอาจมีความรู้ความชำนาญอยู่แล้ว จึงเขียนหลักสูตร แล้วนำไปให้สถาบันที่รับจัดฝึกอบรมหางานให้ เป็นต้น
                ดังนั้น อาชีพวิทยากรจึงเป็นอาชีพหนึ่งที่น่าสนใจ ยิ่งในโลกปัจจุบัน ผู้คนต่างก็ให้ความสนใจในการฝึกฝนตนเอง เรียนรู้สิ่งต่างๆมากขึ้น อีกทั้งวันที่ 1 มกราคม 2558 ประเทศไทยเราต้องเข้าสู่ประชาคมอาเซียนอย่างเต็มตัว จึงทำให้อาชีพวิทยากรเป็นที่ต้องการของตลาดมากขึ้น หากวิทยากรท่านใดสามารถบรรยายเป็นภาษาอังกฤษได้ยิ่งทำให้ได้ค่าตัวมากขึ้นหรือมีรายได้มากขึ้นไปด้วย